EN TH
WebmailWebmail

บริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด

บริษัทบุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด ("บริษัท") เป็นบริษัทจำกัดซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย จดทะเบียนเมื่อวันที่
4 เมษายน พ.ศ. 2554 มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 10,000,000 บาท

บริษัทฯกำลังดำเนินการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าชีวมวล เพื่อรองรับปริมาณกากอ้อยที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด ทำให้มีกากอ้อยมากพอใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้ตลอดทั้งปี

รายละเอียดโดยทั่วไป

โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กกำลังผลิต 9.9 เมกกะวัตต์ โดยใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิง โครงการนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์โดยมีบริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการ พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากโครงการนี้จะขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก(Very Small Power Producer;VSPP)

ที่ตั้งโครงการ

พื้นที่โครงการตั้งบ้านเลขที่ 289 หมู่ที่ 2 บ้านสาวเอ้ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่อื่นๆ ดังนี้

  • • ทิศเหนือ จรด พื้นที่โรงไฟฟ้าชีวมวล
  • • ทิศใต้ จรด พื้นที่ดินของบุคคลอื่น
  • • ทิศตะวันออก จรด พื้นที่โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์
  • • ทิศตะวันตก จรด ถนนสาธารณะขนาด 2 ช่องจราจร ถัดไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรม

พื้นที่ดินของโครงการมีขนาดเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 46.96 ไร่ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลักๆ ได้แก่ พื้นที่โรงฟ้า พื้นที่บ่อกักเก็บน้ำดิบ พื้นที่สีเขียว พื้นที่ก่อสร้างสำนักงาน และอาคารเก็บเชื้อเพลิง

เชื้อเพลิง
  • 1. แหล่งเชื้อเพลิง

    เชื้อเพลิงที่ใช้ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นเชื้อเพลิงจากการอ้อยที่จะรับจากโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับอาณาเขตที่ดินด้านทิศตะวันออกของพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้ามีปริมาณการใช้เชื้อเพลิง 151,428 ตัน/ปี (470.27 ตัน/วัน) ในขณะที่โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์มีปริมาณกากอ้อยประมาณ 280,000 ตัน/ปี

  • 2. การขนส่งเชื้อเพลิงหลัก

    การขนส่งเชื้อเพลิงชีวมวล(กากอ้อย)ของโครงการจะทำการขนส่งโดยใช้สายพานลำเลียงกากอ้อยจากลานกองเชื้อเพลิงของโรงน้ำตาลบุรีรัมย์ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 35 ไร่ เชื้อเพลิงจะถูกขนส่งลำเลียงผ่านสายพานและนำเข้ามาเก็บไว้ในอาคารเก็บเชื้อเพลิง(Fuel Storage Building) ภายในพื้นที่โครงการ

  • 3. การจัดการ-การเตรียมเชื้อเพลิง

    เมื่อเชื้อเพลิงถูกส่งมาถึงบริเวณพื้นที่อาคารเก็บเชื้อเพลิง ในการลำเลียงเชื้อเพลิงนั้นจะดำเนินการแบบ “มาก่อนใช้ก่อน” (FIFO หรือ First In First Out) ในบริเวณพื้นที่อาคารเก็บเชื้อเพลิงซึ่งเก็บสำรองเชื้อเพลิงได้ประมาณ 5 วัน เชื้อเพลิงส่วนใหญ่จะถูกลำเลียงเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำของโครงการโดยตรง

ลักษณะของโรงไฟฟ้า
  • • การผลิตกระแสไฟฟ้า

    โครงการสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 9.9 เมกกะวัตต์(Gross) หลังจากหักกระแสไฟฟ้าที่ใช้เองภายในพื้นที่โครงการจำนวน 1.5 เมกกะวัตต์ ทั้งนี้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ 8 เมกกะวัตต์ (Net) จะขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (Very Small Power Producer) โดยมีเป้าหมายการเดินเครื่องเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้า 71,280,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/ปี พร้อมกันนี้ ยังมีไอน้ำเหลือ 72,000 ตันต่อปี

  • • ความต้องการของเชื้อเพลิง

    โครงการมีความต้องการเชื้อเพลิงชีวมวลสำหรับการผลิตไฟฟ้าปริมาณ 470.27 ตัน/วัน จากผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของเชื้อเพลิงชีวมวลที่ใช้ คือ กากอ้อย หรือ แกลบ พบว่าปริมาณซัลเฟอร์ที่มีอยู่ค่อนข้างต่ำประมาณร้อยละ 0.05-0.07 ดังนั้นปริมาณอากาศที่ปล่อยออกมาจึงมีการปนเปื้อนของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) ค่อนข้างต่ำ

  • • กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า

    โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก มีกำลังผลิต 9.9 เมกกะวัตต์ โดยใช้ไอน้ำจากหม้อต้มไอน้ำ(Boiler) ที่เกิดจากการเผาไหม้ของชีวมวล ไอน้ำที่ได้จะมีแรงดันและอุณหภูมิเพียงพอที่จะขับกังหันไอน้ำซึ่งต่ออยู่กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเมื่อกังหันไอน้ำหมุนจะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะถูกแปลงจากแรงดันปานกลาง(3,300 โวลท์) เป็นแรงดันสูง(22,000 โวลท์)โดยหม้อแปลงไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้าจะถูกส่งเข้าสู่สายส่งไฟฟ้าระบบเหนือดิน 22 กิโลโวลต์ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร


การควบคุมมลสารทางอากาศ

มลสารที่เกิดขึ้นจากการผลิตกระแสไฟฟ้าของโครงการนี้ จะมีมลสารที่ระบายสู่บรรยากาศ ระบบควบคุมมลสารทางอากาศ สรุปได้ดังนี้

ระบบการควบคุมมลสาร

  • • ซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)

    จากผลการวิเคราะห์เชื้อเพลิงประเภทกากอ้อยพบว่ามีความชื้น 52% และมีปริมาณซัลเฟอร์ 0.05% wt ซึ่งทางโครงการจะทำการควบคุมปริมาณก๊าซ SO2ที่ออกจากปล่องโครงการไม่เกิน 60 ppm. ที่ 50% excess air หรือ 7% excess O2 ตามมาตรฐานที่กำหนด

  • • ไนโตรเจนไดออกไซด์(NO2)

    ในการควบคุมการปนเปื้อนของ NO2 ทำได้โดยการควบคุมอัตราการควบคุมอัตราการป้อนอากาศของพัดลม ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิการเผาไหม้ในเตาเผา การควบคุมนี้จะทำให้การปนเปื้อนของ NO2 ในอากาศถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 200 ppm.(50% Excess Air หรือ 7% excess O2)

  • • ฝุ่นละอองแขวนลอย(TSP)

    อากาศเสียจากการเผาไหม้หม้อไอน้ำจะผ่านไปยัง ระบบดักจับฝุ่นแบบลมหมุนวน(multi-Cyclone) ซึ่งประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่นมากกว่า 60% ฝุ่นขนาดเล็กที่เหลืออยู่จะเข้ามาระบบดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต(Electrostatic Precipitator) ซึ่งมีประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น 99.60 % ซึ่งทางโครงการจะทำการควบคุมปริมาณก๊าซ TSP ที่ออกจากปล่องโครงการไม่เกิน 120 mg/Nm3 ที่ 50% excess air หรือ 7% excess O2 ตามมาตรฐานที่กำหนด