EN TH
WebmailWebmail

CSR

  • หนึ่งในไร่อ้อย ของบริษัทโรงงานน้ำตาล บุรีรัมย์ จำกัด

    ในช่วงก่อนฤดูกาลเปิดหีบ กำลังเจริญงอกงามขึ้นรอวันเก็บเกี่ยว เขียวสดใสจนสุดสายตา ทำให้ผมสงสัยว่าการที่จะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีขนาดนี้มันคงไม่ง่าย แต่คงต้องเกิดจากการดูแลที่ดี การใส่ใจ ทั้งเรื่องดินเรื่องปุ๋ย แม้ต้นอ้อยแต่ละต้นจะพูดไม่ได้ แต่ถ้าหากเราใส่ใจและทุ่มเทเวลาผลลัพธ์ก็คงจะเป็นเหมือนสิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าในวันนี้ โรงงานบอกกับผมว่า "น้ำตาลสร้างในไร่" ฉะนั้นการดูแลคุณภาพของอ้อยซึ่งเป็นวัตถุดิบจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง

  • บุรีรัมย์รอบนี้ได้มีโอกาสลงพื้นที่เพื่อถ่ายวิถีชีวิตชาวไร่

    ในช่วงกระบวนการท้ายๆ ก่อนเปิดหีบอ้อยปลายปีซึ่งเป็นช่วงของการบำรุงดูแลและเตรียมอ้อย พอถ่ายเสร็จจึงรบกวนเวลาพี่ๆ ชาวไร่มาถ่ายภาพหมู่อย่างที่ตั้งใจไว้ ชาวไร่น่ารักและเป็นกันเองมาก คิดว่าชุมชนที่นี่พัฒนามาไกลขนาดนี้ได้จากสิ่งพื้นฐานที่มีอยู่ คือความซื่อสัตย์และรักในสิ่งที่ตัวเองทำ และสามารถเปิดใจยอมรับข้อผิดพลาด เพื่อการพัฒนา พี่ๆ บอกมาว่าบางทีเราปลูกอ้อยแล้วมันขึ้นสวย เวลาว่างๆ ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาดูแปลงของตัวเองก็มีความสุขแล้ว ... ผมก็มีความสุขที่ได้ถ่ายคนมีความสุขอย่างพี่ๆ เช่นกัน

  • หลังจากที่ได้มีโอกาสถ่ายงานให้บริษัทโรงงานน้ำตาล บุรีรัมย์ จำกัด

    อยู่หลายรอบ ก็เริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่ทำให้โรงงานค่อยๆ พัฒนามาอย่างยั่งยืน คือการที่โรงงานลงไปมีส่วนร่วมกับชาวบ้าน ให้นักส่งเสริมลงไปดูแลและให้ความรู้อย่างจริงจังเพราะเชื่อว่า "น้ำตาลสร้างในไร่" คือการที่ส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อย ที่สู้อุตสาหะ ลงแรงกาย แรงใจ เป็นแรมปี บำรุงรักษาอ้อยของตนเป็นอย่างดี ให้มีความหวานของน้ำตาลธรรมชาติมาจากไร่อ้อย ที่ดีที่สุด ให้กับผู้บริโภค และนักส่งเสริมก็พาไปดูพื้นที่ที่อดีตเคยเป็นนา ซึ่งก่อนนี้ชาวไร่ไม่คิดว่าดินที่มีน้ำขังหรือพื้นทีซึ่งมีน้ำขังจะสามารถปลูกอ้อยได้ แต่จริงๆ แล้วพื้นที่นาบริเวณนั้นเป็นนากะเทิน นาสูง สามารถ ปลูกอ้อย ได้ดีผลผลิตสูง และโรงงานก็มีนักส่งเสริมที่คอยให้คำแนะนำวิธีการปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตที่ดี และก็มีวิธีปรับสภาพดินและเตรียมดินให้พร้อมที่จะปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตดี ก็เลยทำให้ชาวไร่เริ่มหันมาปลูกอ้อยเป็นรายได้หลักกันมากขึ้นเพราะว่าราคาอ้อยดีกว่า ดีมากพอที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวบ้านได้เหมือนกับที่ผมได้เคยคุยกับชาวไร่บ้านหนึ่งที่บอกว่า "ที่ลืมตาอ้าปากได้ทุกวันนี้ก็เพราะปลูกอ้อยและวันๆ เที่ยวขี่มอเตอร์ไซค์ไปดูแปลงอ้อยของตัวเองพอเห็นมันงามก็มีความสุขแล้ว" ส่วนพื้นที่นาหลายบ้านที่ผมเห็นก็ยังมีอยู่ เพียงแต่ลดขนาดลงอาจจะให้เพียงพอสำหรับเป็นเกษตรกรรมในหมู่บ้านและครัวเรือน

  • สิ่งที่ผมได้เห็นและรับรู้เสมอมาจากการจัดการของ บริษัทโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด

    คงจะเป็นเรื่องของชุมชนที่สามารถจัดการตัวเองได้ วิถีชีวิตชาวบ้านละแวกนั้นกับการทำเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่คู่กันมานาน และอาศัยพึ่งพากันและกันมาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพัฒนารวมถึงการจัดการอื่นๆ ซึ่งตรงนี้โรงงานน้ำตาลเองก็มี ส่วนช่วยพัฒนาในด้านการให้ความรู้แนะนำกระบวนการและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมถึงช่วงนี้ที่อีกไม่กี่สัปดาห์จะเปิดหีบโรงงานน้ำตาลแล้ว ชาวไร่ก็เริ่มมาประชุมปรึกษาหารือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลผลิต การดูแล รวมถึงการจัดการคิวเพื่อนำอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลในช่วงเปิดหีบ ที่จะถึงนี้ ทุกคนต่างยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ตรงนี้ที่ผมเองก็ประทับใจและคิดว่า จุดเล็กๆ ที่ละเอียดอ่อนในการเปิดใจยอมรับจะช่วยให้ ทุกอย่างลุล่วงไปได้เสมออย่างที่ผ่านๆ มา

  • เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นช่วงก่อนเปิดหีบที่ชาวไร่เริ่มเตรียมตัวดูแล

    ปรับปรุงและพัฒนาอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับความคึกครื้นที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงนี่ครับรถตัดอ้อยคันใหม่เอี่ยมยิ่งใหญ่อลังการ รู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ขึ้นไปนั่งขนาบตากแอร์เย็นฉ่ำ พร้อมกับปุ่มสั่งงานเครื่องมือมากมายราวกับว่าอยู่ในหุ่นยนต์ที่เต็มไปด้วยปุ่มสั่งการเต็มไปหมดและพี่คนขับเองก็เพิ่งเตรียมตัวหัดขับได้ไม่นาน แต่ก็ต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานให้พร้อมเพราะรถตัดอ้อยคันใหม่นี้จะเป็นประโยชน์กับชาวไร่ ในช่วงเปิดหีบมากๆ

    ช่วงแรกที่ได้ลงมาสัมผัสก็เห็นอีกมุมหนึ่งของชาวบ้านที่เรียบง่ายเงียบสงบ แต่เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ยังเข้ามามีส่วนร่วมช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น ทุกอย่างต้องถูกพัฒนาและปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม แม้รถคันนี้จะราคาหรูหราแสนแพงหลักสิบล้านแต่ก็ถือเป็นการลงทุนที่จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพของการเก็บเกี่ยวนั้นได้ผลดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น ผมเองก็อดรอช่วงเวลาเปิดหีบไม่ไหว และก็หวังว่าจะได้ขึ้นไปนั่งขนาบกับพี่ชาวไร่บนรถตัดอีก