EN TH
WebmailWebmail

คณะกรรมการบริษัท

รายละเอียดการถือครองหุ้นของกรรมการบริษัท

ดาวน์โหลด
1. นายประจวบ ไชยสาส์น
ประธานกรรมการ กรรมการอิสระ และประธานกรรมการตรวจสอบ

สัญชาติ

ไทย

อายุ

72 ปี

วันที่ได้รับแต่งตั้ง

15 ตุลาคม 2555 (ระยะเวลาดำรงตำแหน่งรวม 4 ปี 9เดือน)

จำนวนหุ้นที่ถือ

337,500 หุ้น (คิดเป็น 0.05%)
(ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2559/ คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ได้ถือหุ้นในบริษัท)

ประวัติการเข้าร่วมประชุมปี 2559

ประชุมคณะกรรมการบริษัท 8 ครั้ง/8 ครั้ง

ความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างกรรมการบริษัท/ผู้บริหาร/ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ไม่มีความสัมพันธ์

คุณสมบัติต้องห้าม

ไม่มีประวัติการกระทำ ความผิดอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับ ทรัพย์ซึ่งได้กระทำโดยทุจริต และไม่มีประวัติการทำรายการที่อาจเกิดความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์กับบริษัทในรอบปีที่ผ่านมา

วุฒิการศึกษา/ประวัติการอบรม

  • ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) รุ่นที่ 54/2549 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการ บริษัทไทย (IOD)
  • หลักสูตร Director Certification Program (DCP) รุ่นที่ 83/2550 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการ บริษัทไทย (IOD)

ประวัติการทำงาน 5 ปี ย้อนหลัง - ปัจจุบัน

ตำแหน่งในบริษัทและบริษัทย่อย

ปี 2555 - ปัจจุบัน • ประธานกรรมการบริษัท (กรรมการอิสระ)
• ประธานกรรมการตรวจสอบ
บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน)

ตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่น

ปี 2549 - ปัจจุบัน • กรรมการบริษัท
• ประธานกรรมการตรวจสอบ
บริษัท ไทยเอทานอล พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
ปี 2546 - ปัจจุบัน • กรรมการบริษัท
• ประธานกรรมการตรวจสอบ
บริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน)

ตำแหน่งในบริษัทจำกัด/หน่วยงานอื่น

ปี 2549 - ปัจจุบัน • กรรมการบริษัท บริษัท ไท่ผิงเอทานอล จำกัด
ปี 2546 - ปัจจุบัน • นายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปี 2558 - ปัจจุบัน • กรรมการบริษัท บริษัท ปากซองไฮแลนด์ จำกัด
ปี 2559 - ปัจจุบัน • ที่ปรึกษา สมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย

ตำแหน่งในกิจการที่แข่งขัน/ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจของบริษัท

ไม่มี


วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัท

ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการในขณะนั้น ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรก และปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้น ให้จับสลากกัน ส่วนปีหลัง ๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้น เป็นผู้ออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้น อาจได้รับเลือกให้กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งอีกได้



ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

  1. บริหารกิจการบริษัทให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหุ้น โดยในการดำเนินกิจการของบริษัท คณะกรรมการบริษัทต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
  2. พิจารณาและอนุมัติในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท เช่น วิสัยทัศน์ ภารกิจ นโยบาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ เป้าหมายและแผนการดำเนินงาน เป้าหมายทางการเงิน และงบประมาณของบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  3. กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท และกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ ภารกิจ นโยบาย กลยุทธ์ทางธุรกิจ เป้าหมายและแผนการดำเนินงาน เป้าหมายทางการเงิน และงบประมาณของบริษัท
  4. จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงิน และการสอบบัญชี รวมทั้งดูแลให้มีระบบการควบคุมภายใน การตรวจสอบภายใน ระบบบริหารความเสี่ยง และระบบป้องกันการทุจริต รวมถึงกำหนดให้มีมาตรการในการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท บริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่เหมาะสมให้มีประสิทธิภาพและรัดกุมเพียงพอ
  5. จัดให้มีรายงานประจำปีของบริษัท และ/หรือ ของคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
  6. กำกับดูแล และจัดให้มีกลไกในการกำกับดูแล ไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  7. พิจารณาและอนุมัติ และ/หรือ พิจารณาและให้ความเห็น เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้พิจารณาและอนุมัติการเข้าทำธุรกรรมที่มีนัยสำคัญต่อบริษัท และการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และ/หรือ ข้อบังคับของบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  8. แต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และแต่งตั้งกรรมการตามจำนวนที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควรเป็นรองประธานกรรมการ
  9. กำหนด และ/หรือ แก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อผูกพันบริษัท
  10. สรรหาและแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัท ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ
  11. สรรหาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้พิจารณาและแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัท
  12. การแต่งตั้งหรือเสนอชื่อบุคคลเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารในบริษัทย่อย และ/หรือบริษัทร่วมอย่างน้อยตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ทั้งนี้ กรรมการหรือผู้บริหารตามวรรคข้างต้นที่ได้รับการเสนอชื่อหรือแต่งตั้งนั้น ต้องมีคุณสมบัติบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ตลอดจนไม่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารของบริษัท
  13. พิจารณาการจ่ายเงินปันผลประจำปี และเงินปันผลระหว่างกาล ของบริษัท บริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  14. พิจารณาและกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง
  15. พิจารณาจำนวนค่าตอบแทนของกรรมการ ตามหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้พิจารณาและอนุมัติ
  16. ประเมินผลงานของกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง พิจารณาและกำหนดค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับสูงตามหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด
  17. แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย โดยสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ หรือบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อย รวมทั้งกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย
  18. แต่งตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารเป็นกรรมการผู้จัดการ รวมทั้งกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ
  19. แต่งตั้งกรรมการ หรือบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควรเป็นเลขานุการบริษัท
  20. แต่งตั้ง และ/หรือ มอบอำนาจให้กรรมการ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคน มีอำนาจดำเนินการใด ๆ ที่อยู่ภายในขอบอำนาจของกรรมการตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร โดยที่คณะกรรมการบริษัทอาจยกเลิก เพิกถอน หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอำนาจดังกล่าวได้
  21. กำกับดูแลให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่ม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัท
  22. กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และบริษัทย่อยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ
  23. กำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงระเบียบ และข้อบังคับภายในของบริษัทในเรื่องต่าง ๆ
  24. มีอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ข้อบังคับของบริษัท และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ ในการดำเนินการเรื่องใดที่คณะกรรมการบริษัทหรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริษัท มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์อื่นใดกับบริษัท และ/หรือ บริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการบริษัทหรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริษัท ไม่มีอำนาจอนุมัติการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เว้นแต่เป็นการอนุมัติรายการที่เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัท และ/หรือ ที่ประชุมผู้ถือหุ้น (แล้วแต่กรณี) พิจารณาและอนุมัติไว้แล้ว โดยอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของบริษัท