EN TH
WebmailWebmail

ประวัติและเป้าหมายธุรกิจ

โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์เป็นหนึ่งในบรรดาผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมน้ำตาลของภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยมีนายวิเชียร ตั้งตรงเวชกิจผู้ริเริ่มปลูกอ้อยและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกอ้อยในจังหวัดบุรีรัมย์

ในปี 2507 จึงได้ก่อตั้ง บริษัท โรงงานน้ำตาลสหไทยรุ่งเรือง (2506) จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาทประกอบกิจการโรงงานน้ำตาลทราย โดยมีกำลังผลิตเริ่มต้นเพียง 3,003 ตันต่อวัน ในปี 2529 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด มีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องจวบจนปัจจุบันอยู่ที่ 17,000 ตันอ้อยต่อวัน สามารถรองรับปริมาณอ้อยเข้าหีบได้กว่าปีละ 2 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลทรายได้ประมาณ 214,000 ตัน กากน้ำตาล 90,000 ตัน และชานอ้อย 171,000 ตัน

บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด ผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้า กุญแจคู่ อีกทั้งได้รับการรับรองคุณภาพ ISO 9001: 2008 เมื่อปี 2544 ทำให้เป็นที่ยอมรับและมั่นใจในคุณภาพที่ดี ในปี 2554 บริษัทได้รับประกาศนียบัตร GMP (ระบบการจัดการสุขลักษณะที่ดีในสถานประกอบการ และ HACCP (ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมในการผลิตอาหาร) ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมั่นใจของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท

บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด สนับสนุนแก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 10,000 รายได้ในการปลูกอ้อยเพื่อป้อนให้กับโรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ ทำให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีรายได้หลักเลี้ยงครอบครัวและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งนอกจากธุรกิจหลักในการผลิตน้ำตาลทรายขาวและน้ำตาลทรายดิบเพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกแล้ว กลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ ยังประกอบธุรกิจอื่น ๆ ที่นำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตน้ำตาลมาต่อยอดธุรกิจแบบครบวงจร คือ โรงไฟฟ้าเชื่อเพลิงชีวมวล, วิจัยและพัฒนา การส่งเสริมการปลูกอ้อย และโรงงานปุ๋ยอินทรีย์

ปัจจุบัน บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยกิจการในเครือรวม 6 แห่ง มีเงินทุนจดทะเบียน 1,400 ล้านบาท ได้แก่

  1. บริษัท โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด
  2. บริษัท บุรีรัมย์วิจัยและพัฒนาอ้อย จำกัด
  3. บริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด
  4. บริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์ จำกัด
  5. บริษัท บุรีรัมย์เพาเวอร์พลัส จำกัด
  6. บริษัท ปุ๋ยตรากุญแจ จำกัด

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

กลุ่มบริษัทน้ำตาลบุรีรัมย์ มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ โดยวางแผนในระยะสั้นและระยาว รวมทั้งเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ได้วางไว้

เป้าหมายระยะสั้น

สร้างความมั่นคงด้านผลผลิตและสร้างชีวิตที่ดีแก่ชาวไร่อ้อย

บริษัทตั้งเป้าหมายพัฒนาผลผลิตอ้อยในฤดูการผลิต 2-3 ปีข้างหน้า โดยส่งเสริมการปลูกอ้อย และขยายพื้นที่เพาะปลูกกว่า 250,000 ไร่ เพื่อเพิ่มผลผลิตกว่า 3 ล้านตัน ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานคุณภาพอ้อยให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด

ในฤดูการผลิตปี 2558/59 บริษัทมีปริมาณอ้อยเข้าหีบถึง 2.06 ล้านตัน และปัจจุบันในฤดูการผลิต ปี 2559/60 (ธันวาคม 2559 ถึงเมษายน 2560) มีอ้อยเข้าหีบแล้วกว่า 2.4 ล้านตัน ทั้งนี้ จากการส่งเสริม การปลูกอ้อย สำหรับฤดูการผลิตปี 2560/61 ซึ่งกำลังเพาะปลูกอยู่นั้น คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตถึง 3 ล้านตัน ตามเป้าหมาย สำหรับพื้นที่ปลูกอ้อย ปัจจุบันมีประมาณ 189,382 ไร่ มีจำนวนชาวไร่คู่สัญญา 11,587 ราย และในด้านคุณภาพอ้อย มีค่าความหวานของอ้อย (C.C.S.) 13.45 ซึ่งจัดอยู่ในอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ และมีผลผลิตน้ำตาล 113.89 กิโลกรัม ต่อตันอ้อย

ขยายการลงทุน สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ และพัฒนาธุรกิจผลพลอยได้ด้านพลังงานทดแทน

บริษัทมีแผนที่จะลงทุนผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ (Refined Sugar) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และรองรับปริมาณน้ำตาลที่ผลิตเพิ่มขึ้น โดยเน้นการส่งออกให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์สภาวะตลาดโลก และได้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม เพื่อผลิตน้ำตาลทรายที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคแล้ว

ในส่วนธุรกิจพลังงานไฟฟ้าชีวมวล ตามที่บริษัทได้วางแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งที่ 3 ให้แล้วเสร็จประมาณไตรมาส 3 ของปี 2559 บัดนี้ ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มผลิต เมื่อเดือนธันวาคม 2559 โดยขายไฟฟ้าให้กับโรงงานน้ำตาล เพื่อรองรับกำลังการผลิตของโรงงานน้ำตาล ที่เพิ่มขึ้น และหากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดรอบการเจรจารับซื้อไฟฟ้า บริษัทคาดว่าจะเข้าเจรจา ขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. ต่อไป

นอกจากนั้น ตามที่บริษัทได้ยื่นเสนอการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า (“กองทุน”) ซึ่งได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดตั้งกองทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. ทั้งนี้ หากได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งกองทุน บริษัทคาดว่าจะสามารถขยายการลงทุนและพัฒนาธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง เพื่อโอกาสการเติบโตของบริษัทและบริษัทย่อยต่อไป

เป้าหมายระยะยาว

บริษัทมุ่งมั่นรักษามาตรฐานและความเป็นหนึ่งในด้านการบริหารจัดการและควบคุมคุณภาพ ผลผลิตอ้อย เพื่อผลิตน้ำตาลทราย และผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะบริษัทเข้าใจดีว่า วัตถุดิบ คือ ความเสี่ยงสูงสุดของธุรกิจ ดังนั้น หากมีการบริหารจัดการ และควบคุมดูแลได้อย่างดี และมีเสถียรภาพ ตลอดจนการพัฒนาระบบ และเครื่องมืออย่างต่อเนื่อง จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง

ด้านกิจการโรงงานน้ำตาล บริษัทมีแผนขยายการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต ตามที่บริษัทได้รับอนุมัติให้จัดตั้งโรงงานน้ำตาลเพิ่มอีก 2 แห่ง ซึ่งมีกำลังการผลิตแห่งละ 20,000 ตัน จากสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (“สอน.”) โดยปัจจุบันได้จัดตั้งบริษัท โรงงานน้ำตาลชำนิ จำกัด (“CSF”) และบริษัท น้ำตาลทุนบุรีรัมย์ จำกัด (“BSC”) เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจดังกล่าว

สำหรับกิจการพลังงานไฟฟ้าชีวมวล บริษัทมีเป้าหมายในการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่กับ การขยายตัวของธุรกิจน้ำตาล โดยวางแผนการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าชีวมวล เพื่อรองรับกำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของกลุ่มบริษัทฯ ในอนาคต

นอกจากนั้น บริษัทกำลังพิจารณาต่อยอดอุตสาหกรรมผลพลอยได้เพื่อเพิ่มรายได้ และเพื่อให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืน โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ของผลิตภัณฑ์เอทานอล และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ผลพลอยได้ของกลุ่มบริษัทฯ

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

การดำเนินธุรกิจขององค์กรให้เติบโตและก้าวหน้าอย่างยั่งยืนนั้น นอกจากความเก่งและความสามารถในการทำกำไรเพียงอย่างเดียวคงมิอาจทำให้องค์กรดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน แต่ต้องประกอบด้วยการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรม การดูแลเอาใจใส่ผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการเรียนรู้ พัฒนาตนเอง และคิดค้นต่อยอดสิ่งใหม่อยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทน้ำตาลบุรีรัมย์ จึงมุ่งมั่นพัฒนา 5 ด้านดังนี้

1. การพัฒนาบุคลากร

บุคลากรเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนา กลุ่มบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในทุก ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรบุคคล ทั้งในด้านการจัดหาบุคลากรให้เหมาะสมกับงาน โดยคำนึงถึงกระบวนการสรรหาพนักงานจากภายในและภายนอกองค์กรที่มีความสามารถเหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่ง พร้อมทั้งติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง และการรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่มีความสำคัญ อีกทั้งมีการควบคุมให้พนักงานปฏิบัติตามข้อบังคับบริษัท และ “จรรยาบรรณธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติทางจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงานของบริษัท” เพื่อคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนการทำให้บุคลากรในองค์กรตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนรวมในการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว

นอกจากนั้น กลุ่มบริษัทฯ ยังได้กำหนด “นโยบายการพัฒนาบุคลากร” ซึ่งรวบรวมอยู่ใน “คู่มือ การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ” ซึ่งจะประกาศและนำใช้นโยบายดังกล่าว ในปี 2560 (ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2560 ของบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) มีมติอนุมัติคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560)

2. การพัฒนาเกษตรกรชาวไร่อ้อย

ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่กลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงด้านผลผลิตและสร้างชีวิตที่ดีแก่ ชาวไร่อ้อย ตามปรัชญา “น้ำตาลสร้างในไร่” ดังนั้น กลุ่มบริษัทฯ จึงได้ส่งเสริมและพัฒนาชาวไร่อ้อย ให้มีความรู้ในการบริหารจัดการอ้อยทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก การบำรุงรักษา และการเก็บเกี่ยว รวมถึงความรู้ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้บริหารจัดการอ้อย และการนำคณะชาวไร่อ้อยไปศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำความรู้มาต่อยอดและประยุกต์ใช้ การพัฒนาในด้านนี้ถือเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สามารถเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิตต่อไร่ให้แก่เกษตรกร และยังสามารถลดความเสี่ยงในการจัดหาวัตถุดิบและสร้างความมั่นคงด้านผลผลิตให้แก่ กลุ่มบริษัทฯได้อีกด้วย

นอกจากนั้น กลุ่มบริษัทน้ำตาลบุรีรัมย์ ยังมีแนวคิดเปลี่ยนเกษตรกร เป็น “นักธุรกิจชาวไร่” โดยแนวคิดดังกล่าวมุ่งให้เกษตรกรสามารถวางแผนและบริหารจัดการในการเพาะปลูกอ้อยและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้และการส่งเสริมจากกลุ่มบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างให้อาชีพเพาะปลูกอ้อยเป็นอาชีพที่มั่นคง สร้างรายได้ที่ดี มีความสุขในการทำงาน อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ และสามารถสืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น

3. การพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี

ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อนำมาพัฒนา ปรับปรุง และเสริมศักยภาพในการประกอบธุรกิจของ กลุ่มบริษัทฯ และเกษตรกรชาวไร่อ้อย กลุ่มบริษัทฯ มีการบริหารจัดการระบบไร่ออนไลน์ (Online) การจัดทำระบบสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) รวมทั้งระบบจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ แบบ MIS (Management Information System) และระบบแผนที่แปลงอ้อย GIS (Geographic Information System) รวมทั้ง นำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ เพื่อส่งเสริมการปลูกอ้อย และตรวจติดตามรายแปลงอ้อยได้ตามหลักวิชาการ รวมทั้งสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันต่อสถานการณ์ นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยเพื่อป้องกันและกำจัดโรคพืช และศัตรูพืช อาทิ งานวิจัยการควบคุมการระบาดของโรคและแมลง โดยใช้วิธีธรรมชาติและมีการเพาะเลี้ยงศัตรูธรรมชาติ เช่น แตนเบียน เพื่อควบคุมการระบาดของหนอนกออ้อย และเชื้อราเขียว เพื่อกำจัด ด้วงหนวดยาว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการการเกษตรด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และงานวิจัยต่าง ๆ ให้สอดคล้องตามนโยบายเกษตรยุคไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0) ของรัฐบาล ที่เน้นเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

4. การพัฒนาชุมชมและสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบริษัทน้ำตาลบุรีรัมย์ เชื่อว่าการพัฒนาธุรกิจต้องทำควบคู่กับการพัฒนาชุมชน และการรักษาสิ่งแวดล้อม

ด้านการพัฒนาชุมชน กลุ่มบริษัทฯ มีพันธกิจสำคัญในการยกระดับความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีขึ้น โดยการพัฒนาความรู้และส่งเสริมอาชีพให้แก่คนในชุมชน จัดกิจกรรมศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์และรับซื้อสินค้าจากชุมชน เพื่อจัดทำเป็น ของที่ระลึกของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อมอบในเทศกาลปีใหม่หรือในโอกาสต่าง ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้คนในชุมชนสามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคงและมีความภูมิใจในตนเอง นอกจากนั้น ยังพัฒนาและสนับสนุนการศึกษาของ บุตรหลานและโรงเรียนในชุมชนรอบพื้นที่ตั้งของกลุ่มบริษัทฯ อีกด้วย

ด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อม กลุ่มบริษัทฯ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากการจัดการภายในโรงงาน ซึ่งใส่ใจตั้งแต่กระบวนการผลิต และการจัดภูมิทัศน์รอบโรงงาน เป็นต้น นอกจากนั้น ยังได้จัดกิจกรรม รักษาสิ่งแวดล้อม โดยให้ชุมชน หน่วยงานราชการท้องถิ่น และพนักงานของกลุ่มบริษัทฯ เข้ามา มีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าว เพื่อความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกัน และสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชนร่วมกัน

5. การพัฒนาและบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรม

ความมุ่งมั่นในการพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรม เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่กลุ่มบริษัทฯ ให้ความสำคัญและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มบริษัทฯ ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส โดยมีการเปิดเผยข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเสริมสร้างความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ถือหุ้นทุกราย นอกจากนั้น ยังจัดให้มีระบบการตรวจสอบภายในโดยผู้ตรวจสอบอิสระภายในและภายนอกองค์กร เพื่อความถูกต้อง และความโปร่งใสในการดำเนินกิจการ

ในปี 2559 บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมโครงการแนวร่วมปฏิบัติ (Collective Action Coalition) ของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต โดยได้กำหนดนโยบาย และมาตรการต่อต้านคอร์รัปชั่นให้บุคลากรขององค์กรได้ถือปฏิบัติตาม รวมทั้งจัดให้มีการอบรมเพื่อให้เข้าใจ ตระหนักรู้ และนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องอีกด้วย นอกจากนั้น กลุ่มบริษัทฯ ยังได้ทบทวน “นโยบาย การกำกับดูแลกิจการที่ดี” และ “จรรยาบรรณธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติทางจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน ของบริษัท” รวมทั้งได้จัดทำนโยบายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านธรรมาภิบาลและจริยธรรมขึ้นเพิ่มเติม โดยรวบรวมอยู่ใน “คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ” ซึ่งจะประกาศและนำใช้ ในปี 2560 รวมทั้งเผยแพร่คู่มือดังกล่าวบนเว็บไซต์ของบริษัท (ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 2/2560 ของบริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ จำกัด (มหาชน) มีมติอนุมัติคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560)